คนขับแบ็กโฮผู้พบศพทารกใส่ถุงดำทิ้งข้างรีสอร์ตที่นครศรีธรรมราช เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศล เผยกลิ่นศพติดตัวคลุ้ง อาบน้ำก็ไม่หาย เชื่อวิญญาณอยากให้ช่วย ขณะเจ้าของที่ดินเตรียมนิมนต์พระมาทำพิธี

Loading...

กรณี นายประสิทธิ์ ถือพุทธ อายุ 42 ปี คนขับรถแบ็กโฮ ได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของที่ดิน ให้ปรับพื้นที่บริเวณหน้ารีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช และพบซากศพเด็กอายุครรภ์ครบกำหนดคลอด ถูกยัดใส่ในถุงพลาสติก นำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าหน้ารีสอร์ต เป็นทารกเพศชาย ลักษณะผิวพรรณดี น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม สภาพศพสะดือยังติดรก ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว และใส่ถุงพลาสติกทับอีกชั้น ในถุงพลาสติกยังมีผ้าขนหนูขนาดต่างๆ เปื้อนเลือดจำนวนหลายชิ้น คาดเสียชีวิตมาแล้ว 6-8 ชั่วโมง 

ต่อมา วันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้ง พบนายประสิทธิ์ ถือพุทธ อายุ 42 ปี คนขับรถแบ็กโฮกำลังเร่งปรับที่ดินให้เจ้าของ ส่วนจุดที่พบศพเด็กมีการล้อมเชือกขาว-แดง ห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนจะลงพื้นที่เก็บหลักฐานอีกครั้ง ขณะที่ผู้ดูแลรีสอร์ตปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับผู้สื่อข่าว อ้างว่าให้ข้อมูลทั้งหมดกับตำรวจไปแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามหาคนร้ายที่นำศพทารกมาทิ้งมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ ใจดำอำมหิต เบื้องต้นจากการสอบสวนพนักงานรีสอร์ตและตรวจในรีสอร์ตพบว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ ส่วนกล้องวงจรปิดใช้การไม่ได้มานานแล้ว ขณะที่ด้านหน้ารีสอร์ตไม่มีกล้อง ซึ่งทางชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบตามเส้นทางใกล้เคียงว่ามีกล้องวงจรปิดหรือไม่ ส่วนศพทารกส่งให้ทางนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ผ่าชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด โดยเฉพาะประเด็นเด็กคลอดแล้วถูกทำให้เสียชีวิต ซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์ประมาณ 30 วัน

ขณะที่ นายประสิทธิ์ คนขับแบ็กโฮ เล่าว่า เมื่อวานนี้พบว่ากลิ่นศพของทารกยังคงติดตัวตนไปถึงบ้านพัก ขนาดอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว ยังคงมีกลิ่นศพชัดเจน แม้กระทั่งก่อนนอนกลิ่นศพของทารกยังคงไม่เลือนหายไป จนต้องจุดธูปไหว้ บอกกล่าวว่า หลังปรับพื้นที่เสร็จจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ตนเชื่อว่าวิญญาณของทารกยังอยู่ที่เกิดเหตุ เนื่องจากเมื่อวานนี้หลังพลิกศพไม่ได้มีการนิมนต์พระสงฆ์หรือทำพิธีอัญเชิญวิญญาณ

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here