วันที่ 22 มิ.ย. 62 ความคืบหน้าจากกรณีตำรวจ​ สภ.เมืองพัทยา​ จ.ชลบุรี​ รับแจ้งคดี​มีผู้เสียหายถูก​แฟนหนุ่ม​ ทำร้ายร่างกาย​ ข่มขืนจิตใจ​ บังให้ขายตัว​และเสพยานรก​ หลังจาก​นั้น​ตำรวจ​จัดกำลัง​นอกเครื่องแบบ​ไปที่หอพัก​แห่งหนึ่ง​ ย่านพัทยากลาง​ พบ​ ชายกำลังเสพยาเมาคลั่งอาละวาด​ทำลายข้าวของ​ เมื่อเห็นตำรวจพยายามหลบวิ่งหลบหนี​ แต่เจ้าหน้าที่คุมตัวมาดำเนินคดี​รวมกับพวก 4 คน โดยแยกแจ้งข้อหา​ชายหนุ่มทำร้ายแฟน ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น​ ครอบครองยาเสพติด​ ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับสารภาพ ส่วนผู้เสียหาย​ ตำรวจได้ส่งตรวจร่างกาย​เพื่อขอผลจากแพทย์​ประกอบสำนวน​ และพร้อมทำหนังสือโดยสมัครใจ​ขอเข้ารับการบำบัด​ เพราะเธอ​อยากเลิกยาเสพติด

Loading...
นายพงษ์ศักดิ์ หรือ มี่ ผู้ต้องหา

โดยนางปลา (นามสมมติ) แม่ของหญิงสาวผู้เสียหาย เล่าว่า ลูกสาวได้เจอกับนายพงษ์ศักดิ์ หรือ มี่ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหา และคบหากันเป็นแฟน หลังจากนั้นก็มาทำงานกันที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยลูกสาวอยู่กับนายมี่ได้ 5 ปีกว่า ก็มีแต่ทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด แต่ลูกสาวก็ไม่เคยบอกตน เพราะกลัวว่าแม่จะลำบาก จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณตี 2 วันนี้ ลูกสาวได้โทรมาหาตนพร้อมกับร้องไห้ และบอกว่าจะมาหาแม่ที่บ้าน เมื่อสอบถามต่อ ลูกสาวก็ได้เล่าว่า “มันตีหนู มันตีบนรถ มันไม่ยอมไปทำงาน มันหลอกหนูว่ามันจะออกไปทำงาน หนูลืมของเลยกลับไปเอาที่ห้องก็เจอมันกับเพื่อนมั่วสุมเล่นยากันอยู่” จึงให้ลูกสาวได้แจ้งความในวันนั้น

นางปลา (นามสมมติ) แม่ของหญิงสาวผู้เสียหาย

นางปลาเล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองรู้ว่าลูกเป็นคนไม่ดี คบกับผู้ชายที่ไม่ดี แต่ในหัวอกคนเป็นแม่ ไม่ว่าลูกจะดีจะร้ายก็คือลูก แม่ก็ต้องช่วย เพราะก่อนหน้านี้แม่ร้องไห้มาเป็นล้านครั้ง ไปตามเป็นร้อยครั้ง แต่ลูกก็ไม่ฟัง ลูกกลับมาอยู่กับแม่ได้ไม่นาน ก็กลับไปหาผู้ชายคนอื่นอีก ส่วนหลานวัย 2 ขวบตอนนี้นำออกมาอยู่ที่อื่นแล้ว เนื่องจากตนเองได้ทราบถึงพฤติกรรมรุนแรงของนายมี่ที่ทำร้ายลูก และทนเห็นสภาพที่ต้องให้หลานอยู่กับพ่อที่ติดยา ทำร้ายร่างกายแม่ไม่ไหว

ทั้งนี้ อยากบอกกับนายมี่ว่า ผู้ชายที่ดีเขาไม่ทำร้ายผู้หญิง ไม่ด่าผู้หญิง แล้วผู้ชายที่ดีเขาต้องเป็นผู้นำครอบครัว ไม่ได้ปล่อยให้เมียออกไปทำงานขายบริการ เพื่อเอาเงินมาเลี้ยงครอบครัว มาเลี้ยงลูก ตนเองต้องน้ำตาตกขนาดไหนที่เห็นลูกสาวตนเองต้องไปขายบริการเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงสามี แต่ลูกตนเองก็ไม่ดีที่ไม่ฟังพ่อแม่ ห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง แต่แม่คนนี้ก็พร้อมที่จะให้อภัยลูกได้เสมอ

น.ส.ต่าย ผู้เสียหาย

ด้าน น.ส.ต่าย หญิงสาวผู้เสียหาย เปิดใจว่า ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันก็จะโดนฝ่ายชายทำร้ายร่างกาย จนเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองกำลังจะกลับจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน นายมี่ก็มารับแต่ตนไม่อยากกลับด้วย จะเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับ แต่นายมี่ก็ตรงเข้ามากระชากผมให้ขึ้นรถ เมื่อขี่รถมาได้สักพัก ตนเองก็โดนนายมี่ชกเข้าที่ท้องหลายครั้ง พร้อมกับเร่งความเร็วรถ ตนเองก็กลัวว่าจะไปชนกับรถคันอื่นก็เลยกำไปที่เบรก จนสุดท้ายรถได้ล้มลง เมื่อรถล้มลง นายมี่ลุกขึ้นได้ก็ตรงเข้ามาเตะที่หน้า ตนเองก็พยายามที่จะหนี แต่นายมี่ก็วิ่งมากระชากผมและตบซ้ำจนล้มไปกับพื้น

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางวัน ตนเองกำลังออกไปทำงาน และนายมี่ก็บอกว่าจะออกไปทำงานด้วยเหมือนกัน แต่ตนได้ลืมของจึงกลับมาที่ห้อง ก็เห็นว่านายมี่กำลังเสพยาเสพติดกับเพื่อนอยู่ จึงทำให้มีปากเสียงกัน ตอนแรกตนเองก็คิดว่าจะจบแค่นั้น จึงออกมาทำงานตามเดิม แต่กลับมาเกิดเรื่องในตอนเย็นอีกครั้ง ยอมรับว่านายมี่เสพยาและติดคุกมาหลายครั้งแล้ว เมื่อเกิดอาการคลุ้มคลั่งก็จะทำร้ายร่ายกายตนเองกับลูก นายมี่เคยคลั่งหนักสุดถึงขั้นเอามีปังตอฟันเข้าที่กลางหลังของเขาเอง จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล

อาการบาดเจ็บของ น.ส.ต่าย

น.ส.ต่ายยอมรับว่า สาเหตุที่ทนอยู่กับสามีเพราะยังรักและสงสาร อีกทั้งเห็นแก่ที่นายมี่เป็นพ่อของลูก ตนจึงให้อภัยทุกครั้ง ยอมทุกอย่าง แม้กระทั่งขายตัวก็ยอม เพราะเวลาที่นายมี่คลั่งยาก็จะโหดร้าย แต่พอหมดฤทธิ์ยาก็จะเป็นอีกแบบนึง แต่ตอนนี้ยืนยันว่าจะไม่กลับไปอีกแล้ว ถ้านายมี่ออกมาจากคุกก็อยากจะบอกกับนายมี่ว่าไม่ต้องทำเพื่อตนกับลูก ให้ทำเพื่อตนเอง หางานที่ดีทำเลี้ยงตัวเองให้ได้เท่านั้นพอ ส่วนเรื่องขายตัวก็อยากให้สังคมเข้าใจว่า ตนเองไม่มีทางเลือกจริง ๆ จึงต้องตัดสินใจในการทำอาชีพนี้ ทั้งนี้ น.ส.ต่าย ร้องไห้และบอกว่าอยากขอโทษแม่ ทราบจากข่าวว่านายมี่มาด่าแม่ ตามไปฆ่าแม่ ตามไปจะฆ่ายกครอบครัว ตนไม่อยากเป็นแบบที่สังคมพูดว่า พาผู้ชายมาทำลายครอบครัว

ขอบคุณข้อมูลจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here